Go-See-The-World

2007/Aug/04

และแล้วการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตก้อบังเกิดขึ้นมาจนได้ ถึงจะเป็นทัวร์แบบชะโงกๆทัวร์หน่อยก็ตาม แต่ความทรงจำที่มีกลิ่นอายของญี่ปุ่นนี่มันตราตรึงใจไม่น้อยหน้าเที่ยวที่อื่นๆเลย

ด้วยแพ็คเกจทัวร์ 5 วัน 4 คืน (ซึ่งจริงๆแล้วมันคือ 3 วัน 4 คืนนั่นเอง เพราะวันแรกเริ่มตอน 5 ทุ่มที่สุวรรณภูมิ และวันสุดท้ายเริ่มที่ 8 โมงเช้าที่นาริตะ เฮ้อ แล้วมันจะนับหาพระแสงอาไรฟระเนี่ย)

หลังจากก้าวลงจากเครื่องบิน สิ่งแรกที่รู้สึกได้ถึงความเป็นญี่ปุ่นก็คือ... ส้วม ! ! !

ไม่ผิดหรอกครับ ส้วมจริงๆเป็นส้วมที่มีชักโครกโคตรไฮเทค ไฮเทคอย่างไง.. ก้อเริ่มจากฝาชักโครกที่จะถูกอุ่นเอาไว้ให้พอนั่งลงไปแล้วรู้สึกอุ่นก้น สะบายใจเหลือเกิน และเมื่อปฏิบัติภาระกิจเสร็จแล้ว จะมีปุ่มให้กดเพื่อฉีดน้ำทำความสะอาดให้โดยไม่ต้องใช้มือ (ตอนแรกก้อกลัวว่ามันจะเบี้ยวหรือปล่าว แต่น่าแปลกใจมากครับ มันโคตรตรงเลย แถมน้ำหนักความแรงควบคุมได้ดังใจด้วย เป็นการล้างทำความสะอาดที่มีความสุขจิง จิงเลย)

หน้าตามันก้อประมาณนี้ละครับ...

ออกจากสนามบินมาขึ้นรถบัสคันเล็กๆ เพื่อเดินทางต่อไปยังทะเลสาบอาชิทะเลสาบที่(เขาว่า)สวยที่สุดในญี่ปุ่น ล่องเรือโจรสลัด (เอ่อ.. พอขึ้นไปมีแต่คุณตา คุณยาย นั่งกันเพียบเลย ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาขึ้นเรือนี้ด้วย) นั่งเรือไม่ถึง 15 นาที ก้อขึ้นฝั่ง รู้สึกตะหงิดๆถึงความเป็นชะโงกทัวร์ขึ้นมาทันที แต่บรรยากาศโดยรวมก้อสวยงามดีทีเดียว

พอขึ้นฝั่งก้อเดินไปกินอาหารญี่ปุ่นมื้อแรก ระหว่างทางที่เดินไปก้อได้พบกับร้านแบบญี่ปุ่นๆมากมายทีเดียว ถ่ายมาได้ไม่หมด เพราะบอกแล้วว่าเป็นชะโงกทัวร์ เดินบ้างวิ่งบ้างไปเรื่อยเปื่อย

และแล้วเราก้อได้กินอาหารญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่น ผมว่ามันก้อคล้ายๆกับที่กินใน ฟูจิ หรือเซนบ้านเราเลยหล่ะครับ ไม่แตกต่างมากเท่าไร (รู้สึกว่าเขาจะใส่ผงชูรสด้วยนะครับ รสชาติเข้มข้นทีเดียวอ่ะ) แต่ถึงอย่างไรก้อจัดว่าอร่อยทีเดียวครับ พอกินข้าวเสร็จก้อได้ลอง

"ไอศกรีมวาซาบิ"

ครับไม่ผิดหรอก วาซาบิจิงๆ ตอนกินคำแรกๆมันก้ออร่อยอย่างคาดไม่ถึงครับ แต่พอผ่านไปครึ่งโคนปากก้อเริ่มชาๆ ไอศกรีมก้อเริ่มเผ็ดๆ ไม่รู้สึกว่าเป็นของหวานอีกต่อไป เลยต้องยอมทิ้งส่วนที่เหลือไป เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้เที่ยวต่อในวันหลัง

ร้านขายไอศกรีมวาซาบิ และอีกหลายรสทีเดียว

หลังจากนั้นก้อขึ้นรถต่อเดินทางไป หุบเขาโอวาคุดานิ ที่มีบ่อน้ำร้อนกำมะถัน และไข่ดำ เขาว่ากันว่าถ้าทานไข่ดำ 1 ฟองจะทำให้อายุยืนขึ้นอีก 7 ปี อย่างนี้น่าจะขนไปให้คนไข้กินกันนะจะได้อยู่กันไปได้อีกนานๆ พอไปถึงก้อมีกลิ่นกำมะถันอบอวนทีเดียว ต้องเดินขึ้นเขาไปซักพอเหนื่อย (เหนื่อยมาก) ก้อจะถึงบ่อกำมะถัน (เหม็นเหมือนไข่เน่า) ที่เดือดปุดๆ และมีไข่ดำขายให้ทานกัน ก้อเลยลองซื้อมากินหนึ่งถุงด้วยกันตามธรรมเนียม

หลังจากชะโงกหุบเขาโอวาคุดานิแล้วก้อเดินทางสู่ทะเลสาบคาวาคูจิ (หนึ่งใน 5 ทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิที่สวยงาม) แต่ด้วยความโชคไม่ค่อยดีของทริปนี้ทำให้หมอกลงจัด และมองไม่เห็นภูเขาไฟฟูจิเมื่อมาถึงทะเลสาบคาวาคูจิ (ฮือ ฮือ น่าเศร้า) ที่นี่เราได้เข้าพักโรงแรมเรียวกัง(ไม่รู้ใช่หรือเปล่า)แบบญี่ปุ่น ห้องแคบมาก แต่ทุกอย่างถูกจัดอย่างลงตัวไม่น่าเชื่อ สวย และนอนหลับสบายมากจิงๆ

สภาพทะเลสาบคาวาคูจิที่แสนสวยงามครับ

ในโรงแรมนี้มีอ่างอาบน้ำแร่ที่ร้อนมากๆ (เรียกว่า "ออนเซน")ที่สำคัญต้องโป๊เปลือยเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้ พวกเราก้อเลยรอให้ค่ำๆหน่อย (ให้คนไปนอนกันก่อน) แล้วก้อรวบรวมความกล้าวิ่งเข้าไปแช่น้ำร้อนกัน พยายามไม่มองชิ้นส่วนของเพื่อนๆ กลัวเป็นภาพติดตาแล้วจะนอนไม่หลับ แต่แล้วเมื่อเราลงไปแช่กันหมดทุกคน ก้อมีตาลุงแก่ๆเดินเข้ามา และนั่งโชว์ของตัวเองอย่างไม่อายฟ้าดิน และไม่มีวีแววว่าจะเลิกโชว์ เฮ้อ เลยได้ภาพติดตาเหี่ยวๆมาจนได้

ที่โรงแรมของญี่ปุ่นนี้จะมีชุดยูกาตะให้เราได้ใส่กันด้วยนะ ก้อได้บรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นเหมือนในการ์ตูนเลยทีเดียว

อ้อเกือบลืมไปแนะตอนที่ขึ้นเขาโอวาคุดานินั้นได้ไปไหว้พระด้วยนะ ไหว้แบบญี่ปุ่น และตักน้ำร้อนไปอาบพระหิน (เหมือนในเรื่องอิคิวซังไง)

แล้วก้อจบทริปในวันแรกอย่างงงๆว่านี่เราอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วจริงหรือนี่ ก่อนจะนอนก้อตามภาษาทริปคนไทยครับ นั่งรำพัดกันเหมือนเคย แต่พนันกันด้วยการกินสาเก ใครแพ้กินสาเก (ขอบอกว่าสาเกที่นี่ไม่อร่อยเหมือนสาเกร้อนในร้านฟูจิบ้านเราเลยครับ) ระหว่างการเดินทางพบอย่างหนึ่งว่าอะไรๆในญี่ปุ่นนี้เขาจะใส่ใจกับความสวยงามมากที่เดียว เสียดายที่ไม่สามารถถ่ายสภาพบ้านเรือนระหว่างทางได้เพราะกระจกรถมัวๆนิดหน่อย แต่บ้านของเขาที่นั่นสวยดีครับ ดูเป็นระเบียบ สะอาด และเลือกสีได้อย่างมีศิลปะทีเดียว และที่เห็นอย่างมากมายคือตู้กดซื้อของอัตโนมัติ มีตั้งแต่เครื่องดื่มต่างๆ กาแฟเย็น กาแฟร้อน มาม่า (กดออกมามีน้ำร้อนให้ด้วย) บุหรี่ ถุงยางอนามัย และอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน และที่นี่นิยมรถขนาดเล็กๆกันครับ น่ารักๆมีหลายแบบที่ไม่เคยเห็นในบ้านเราสักเท่าไร

รถคันนี้นิยมมากเลยครับ เห็นมีขับกันทั่วไปนอกเมืองหลวง

ถังขยะแบบแยกขยะ (ดูซิยังมีการดีไซน์เลยนะครับสวยดี)

แล้วก้อจบวันแรกลงอย่างงงๆ และเมารถกันไปตามระเบียบเพราะนั่งรถเยอะมาก

แล้วจะรีบมาอัพเดตการเที่ยววันที่ 2 และ วันที่ 3 ต่อไป คราวนี้จะเริ่มเข้าเมืองกันแล้วครับ